ตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดิน หมายถึง ชั้นอนุภาคที่สะสมอยู่บนพื้นแหล่งน้ำผิวดิน ประกอบด้วย อินทรียวัตถุ หรืออนินทรีย์วัตถุที่มีขนาดเล็ก เช่น กรวด หิน ดิน ทราย ซึ่งผ่านกระบวนการสลาย ที่แขวนลอยและถูกพัดพาปะปนกับกระแสน้ำ หรือตกลงจากชั้นบรรยากาศสู่แหล่งน้ำผิวดิน และจมลงทับถมกันบริเวณพื้นด้านล่างของแหล่งน้ำผิวดิน โดยแหล่งน้ำผิวดินนั้นหมายรวมถึง แม่น้ำ บึง หนอง คลอง อ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำผิวดินตามธรรมชาติอื่นๆ “สัตว์หน้าดิน” หมายถึง สัตว์ที่อาศัยอยู่ในหรืออยู่บนตะกอนดินหรือพื้นท้องน้ำ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยสัตว์จำพวกที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ไส้เดือนน้ำ หนอนแดง ตัวอ่อนแมลงปอ และตัวอ่อนแมลงชีปะขาว เป็นต้น จัดเป็นผู้บริโภคระดับแรกของห่วงโซ่อาหารและเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำขนาดใหญ่อื่น ๆ

“เกณฑ์คุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินเพื่อคุ้มครองสัตว์หน้าดิน” หมายถึง ระดับความเข้มข้นสูงสุดของสารอันตรายในตะกอนดินที่สัตว์หน้าดินสามารถอาศัยได้ โดยไม่เกิดอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างมีนัยสำคัญ “เกณฑ์คุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินดินเพื่อคุ้มครองมนุษย์ผ่านห่วงโซ่อาหาร” หมายถึง ระดับความเข้มข้นสูงสุดของสารอันตรายในตะกอนดินที่มนุษย์สามารถรับประทานสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำ ดังกล่าว โดยไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ในระยะยาว

กำหนดเกณฑ์คุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินเพื่อคุ้มครองสัตว์หน้าดิน (น้ำหนักแห้ง) ไว้ดังต่อไปนี้

  1. สารหนู (Arsenic) ต้องไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  2. แคดเมียม (Cadmium) ต้องไม่เกิน 0.16 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  3. โครเมียม (Chromium) ต้องไม่เกิน 45.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  4. ทองแดง (Copper) ต้องไม่เกิน 21.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  5. ตะกั่ว (Lead) ต้องไม่เกิน 36 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  6. ปรอท (Total Mercury) ต้องไม่เกิน 0.2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  7. นิกเกิล (Nickel) ต้องไม่เกิน 27.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  8. สังกะสี (Zinc) ต้องไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  9. พีเอเอชเอสทั้งหมด (Total PAHs) ต้องไม่เกิน 1,600 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  10. พีซีบีทั้งหมด (Total PCBs) ต้องไม่เกิน 60 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  11. คลอร์เดน (Chlordane) ต้องไม่เกิน 3 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  12. ดีลดริน (Dieldrin) ต้องไม่เกิน 2 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  13. ดีดีทีทั้งหมด (Total DDTs) ต้องไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  14. เอ็นดริน (Endrin) ต้องไม่เกิน 2 ไมโครกรัมตอกิโลกรัม
  15. เฮปตาคลอร์อิพอกไซด์ (Heptachlor Epoxide) ต้องไม่เกิน 2.5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  16. ลินเดน (Lindane or gamma-BHC) ต้องไม่เกิน 2.5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  17. ท็อกซาฟิน (Toxaphene) ต้องไม่เกิน 0.1 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  18. อะซินฟอส เอธิล (Azinphos-ethyl) ต้องไม่เกิน 0.02 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  19. อะซินฟอส เมธิล (Azinphos-methyl) ต้องไม่เกิน 0.06 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  20. มาลาไธออน (Malathion) ต้องไม่เกิน 0.65 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม
  21. อะทราซีน (Atrazine) ต้องไม่เกิน 0.3 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม

กรอบการประเมินคุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินเพื่อคุ้มครองสัตว์หน้าดิน (Framework)

เพื่อการตัดสินใจดำเนินการบริหารจัดการคุณภาพตะกอนดิน มีดังนี้

  • เปรียบเทียบความเข้มข้นสารอันตรายในตะกอนดินที่ตรวจพบกับเกณฑ์คุณภาพตะกอนดิน ในแหล่งน้ำผิวดิน หากพบว่าต่ำกว่าเกณ์ หมายถึง สารอันตรายมีโอกาสเกิดผลกระทบต่อสัตว์หน้าดินน้อย มาก ไม่ต้องดำเนินการใดๆ แต่หากพบว่าสูงกว่าเกณฑ์ฯ ให้ดำเนินการในข้อถัดไป
  • เปรียบเทียบความเข้มข้นสารอันตรายในตะกอนดินที่ตรวจพบกับค่าความเข้มข้นสารอันตราย ในตะกอนดินที่พบในธรรมชาติ หากพบต่ำกว่าค่าที่พบในธรรมชาติอาจถือว่าไม่มีนัยสำคัญและไม่ต้อง ดำเนินการใด ๆ ทั้งนี้ หากพบว่าสูงกว่าค่าที่พบในธรรมชาติ ให้ดำเนินการในข้อถัดไป 3.3 เปรียบเทียบความเข้มข้นสารอันตรายในตะกอนดินที่ตรวจพบกับระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อ สัตว์หน้าดิน โดยระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน มีดังนี้
    1. สารหนู (As) มากกว่าหรือเท่ากับ 33 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    2. แคดเมียม (Cd) มากกว่าหรือเท่ากับ 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    3. โครเมียม (Cr) มากกว่าหรือเท่ากับ 110 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    4. ทองแดง (Cu) มากกว่าหรือเท่ากับ 150 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    5. ตะกั่ว (Pb) มากกว่าหรือเท่ากับ 130 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    6. ปรอท (Total Hg) มากกว่าหรือเท่ากับ 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    7. นิกเกิล (Ni) มากกว่าหรือเท่ากับ 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    8. สังกะสี (Zn) มากกว่าหรือเท่ากับ 460 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    9. พีเอเอชเอสทั้งหมด (Total PAHs) มากกว่าหรือเท่ากับ 23 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    10. พีซีบีทั้งหมด (Total PCBs) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.7 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    11. คลอร์เดน (Chlordane) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.02 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    12. ดีลดริน (Dieldrin) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.06 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    13. ดีดีทีทั้งหมด (Total DDTs) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.6 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    14. เอ็นดริน (Endrin) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    15. เฮปตาคลอร์ อิพอกไซด์ (Heptachlor Epoxide) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.02 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    16. ลินเดน (Lindane) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.005 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    17. ท็อกซาฟิน (Toxaphine) มากกว่าหรือเท่ากับ 0.03 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
    หากพบว่าความเข้มข้นสารอันตรายในตะกอนดินที่ตรวจพบไม่เกินระดับที่ไม่ปลอดภัย ต่อสัตว์หน้าดิน ให้พิจารณาดำเนินการเฝ้าระวัง
    หากพบว่าความเข้มข้นสารอันตรายในตะกอนดินที่ตรวจพบสูงกว่าระดับที่ไม่ปลอดภัย ต่อสัตว์หน้าดิน ให้พิจารณาดำเนินการควบคุมการปลดปล่อยสารอันตรายจากแหล่งกำเนิด และ/หรือดำเนินการลดการปนเปื้อนสารอันตรายในตะกอนดินด้วยการขุดลอก หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม

ผู้ประเมินควรศึกษาปัจจัยที่อาจส่งผลต่อศักยภาพในการก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์หน้าดิน
เพิ่มเติมด้วย เพื่อประกอบการประเมินคุณภาพตะกอนดิน ดังนี้

  • ขนาดอนุภาคตะกอนดิน ให้แบ่งจำแนกขนาดอนุภาคตะกอนดินออกเป็น ทรายหยาบ (0.2 – 2 มิลลิเมตร) ทรายละเอียด (0.02 – 0.2 มิลลิเมตร) ทรายแปลง (0.002 – 0.02 มิลลิเมตร) และดินเหนียว (น้อยกว่า 0.002 มิลลิเมตร) โดยดินเหนียว และทรายแป้ง จะสามารถยึดติดกับสารอันตรายได้ดี ตามลำดับ
  • ปริมาณซัลไฟด์ (Acid Volatile Sulfide) ให้เปรียบเทียบปริมาณมวลโลหะหนักทุกชนิด ที่สกัดอย่างต่อเนื่อง (ΣSimultaneously Extracted Metals: ΣSEMs) กับปริมาณมวลซัลไฟด์ (Acid Volatile Sulfide: AVS) ดังสมการ
    • SEM ของโลหะหนักแต่ละชนิด = [ความเข้มข้นโลหะหนักในตะกอนดิน (μg/kg)] (μmol/kg) [มวลโมเลกุลต่อโมล (μmol/kg)]
    • ΣSEM = SEM CD + SEM CU + SEM PB + SEMNI + SEM ZN + ½ SEMAG โดย หาก ΣSEM > AVS หมายถึง โลหะหนักมีโอกาสเป็นพิษต่อสัตว์หน้าดิน แต่ถ้าหาก ΣSEM < AVS หมายถึง โลหะหนักไม่มีโอกาสเป็นพิษต่อสัตว์หน้าดิน
  • ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน (Total Organic Carbon: TOC) ให้ปรับฐานความเข้มข้น สารอินทรีย์ในตะกอนดินและเกณฑ์คุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินตามปริมาณอินทรีย์คาร์บอน เมื่อพบว่าตะกอนดินมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในระดับร้อยละ 0.2 – 10 และเปรียบเทียบค่าความเข้มข้นสารอินทรีย์ในตะกอนดินที่ปรับฐานกับเกณฑ์คุณภาพตะกอนดินที่ปรับฐาน หากพบว่าความเข้มข้นสูงกว่าเกณฑ์ฯ แสดงว่าสารอินทรีย์ดังกล่าวมีโอกาสเป็นพิษต่อสัตว์หน้าดิน และหากพบว่าความเข้มข้นต่ำกวาเกณฑ์ฯ แสดงว่าสารอินทรีย์ดังกล่าวไม่มีโอกาสเป็นพิษต่อสัตว์หน้าดิน ทั้งนี้ การปรับฐานความเข้มข้นตามปริมาณอินทรีย์คาร์บอน ทำได้ด้วยการนำค่าความเข้มข้น สารอันตรายในตะกอนดิน (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) มาหารด้วยสัดส่วนของปริมาณอินทรีย์คาร์บอน (เช่น 1% TOC มีสัดส่วนปริมาณอินทรีย์คาร์บอน เท่ากับ 0.01)

ที่มา : กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม, 2563. เกณฑ์คุณภาพตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดิน. แหล่งที่มา : https://www.pcd.go.th/laws/5152, 5 สิงหาคม 2566